สารบัญ
การเสด็จประพาสรอบแหลมมาลายูของรัชกาลที่ ๕

ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หัวเมืองที่ตั้งอยู่ในบริเวณแหลมมลายูนั้นได้ถูกแบ่งตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ เป็น ๒ อาณาเขต คือ หัวเมืองปักษ์ใต้ ได้แก่ หัวเมืองที่อยู่บริเวณทางชายทะเลอ่าวสยาม คือ มณฑลชุมพร มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลปัตตานี และ หัวเมืองทะเลตะวันตกหรือหัวเมืองฝ่ายตะวันตก ได้แก่ บรรดา หัวเมืองซึ่งอยู่ชายทะเลอ่าวเบงกอล คือ มณฑลภูเก็ต นอกจากนี้ ยังมีหัวเมืองมลายูประเทศราช คือ เมืองไทรบุรี เมืองกลันตัน เมืองตรังกานู ซึ่งหัวเมืองต่างๆ เหล่านี้เดินทางไปได้ยาก ตามพงศาวดารตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น ไม่เคยปรากฎเลยว่ามีพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์ใดเสด็จไปประพาส จวบจนถึงรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีเรือกลไฟเป็นพระราชพาหนะแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเสด็จไปประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ถึง ๒ ครั้ง เสด็จไปขนถึงเมืองสงขลา พ.ศ. ๒๔๐๑ (ร.ศ. ๗๗) และพ.ศ.๒๔๐๖ (ร.ศ. ๘๒) จนถึงเมืองปัตตานี

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองแหลมมลายูครั้งแรกเมื่อคราว เสด็จประพาสสิงคโปร์ และชวา พ.ศ. ๒๔๑๓ (ร.ศ. ๘๙) เมื่อครั้งเสด็จไปเมืองสิงคโปร์แวะประพาสเมืองสงขลา ต่อมาเสด็จไปอินเดีย พ.ศ. ๒๔๑๔ (ร.ศ. ๙๐) เที่ยวกลับได้เสด็จประพาสหัวทะเลฝ่ายตะวันตก เมืองภูเก็ต เมืองพังงา เมืองไทรบุรี แล้วเสด็จทางสถลมารคจากเมืองไทรบุรี ข้ามแหลมมลายูมาลงเรือ พระที่นั่งที่เมืองสงขลากลับกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม การเสด็จประพาสหัวเมืองแหลมมลายูของพระองค์นั้นก็ทรงเว้นว่างถึง ๑๗ ปี ในระหว่างนั้นเสด็จ ประพาสแต่หัวเมืองใหญ่ฝ่ายตะวันออก และฝ่ายเหนือ มาจนถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ (ร.ศ. ๑๐๗) จึงได้เสด็จประพาส หัวเมืองแหลมมลายู ทั้งในดินแดนไทยและอังกฤษทั่วทุกเมือง เว้นแต่เมืองกระบี่กับเมืองเนครีเซมบิลัน การเสด็จ หัวเมืองมลายูนี้มักเสด็จตามมณฑลปักษ์ใต้ในพระราชอาณาเขตเป็นหลัก

ในขณะที่เสด็จประพาสหัวเมืองทางไกลนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์ จดหมายรายวัน ซึ่งแสดงรายการที่เสด็จในรูปแบบพระราชหัตถเลขาถึงเจ้านายฝ่ายในชั้นสูงที่ใกล้ชิดแทบทุกครั้ง เดิมพระราชหัตถเลขาเกี่ยวกับการเสด็จประพาสแหลมมลายูเหล่านี้ยังไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ ต่อมาเมื่อมี พระราชประสงค์ให้พิมพ์หนังสือเป็นของพระราชทานในงานพระเมรุพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามาลินี นพดาราศิรินิภาพรรณวดี กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญา (พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระวิมาดาฌอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ) จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานกรมราชเลขาธิการคัดสำนาพระราชหัตถเลขา เรื่องเสด็จประพาสแหลมมลายู ๔ คราว เป็นพระราชหัตถเลขา ๑๓ ฉบับ ส่งมายังหอสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร และโปรดเกล้าฯ ให้พระราชหัตถเลขาพิมพ์ในสมุดเล่มที่ขาดอยู่ ๑ ตอน คราวเสด็จประพาสสิงคโปร์เมื่อ ร.ศ. ๑๐๙ สันนิษฐานว่ามิได้ทรงมีเวลาพระราชนิพนธ์ การเสด็จประพาสทรงหาเวลาว่างได้ยาก สำหรับสาเหตุของการเสด็จ ประพาสแหลมมลายูนั้น เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร พอพระอาการคลายขึ้น จึงเสด็จไปเปลี่ยนอากาศตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนการเสด็จประพาสแหลมมลายู ร.ศ. ๑๒๐ เป็นการเสด็จ ประพาสสิงคโปร์ ในการส่งเสด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต (พระอิสริยยศขณะนั้น) ซึ่งจะเสด็จกลับไปเล่าเรียนวิชา ณ ประเทศ เยอรมนี

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสแหลมมลายูในต่างเส้นทาง และต่างวาระ รวมทั้งสิ้น ๗ ครั้งด้วยกัน และเสด็จโดยเรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศ เรือพระที่นั่งรองเวสาตรี และเรือพระที่นั่ง มหาจักรี ตามลำดับ

    ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน และเส้นทางการเสด็จ
  • ๑. เสด็จประพาสคราว ร.ศ. ๑๐๗ (พ.ศ. ๒๔๓๑) เสด็จโดยเรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศเป็นเรือพระที่นั่ง เรือเวสาตรีเป็นเรือพระที่นั่งรองโดยเสด็จจาก กรุงเทพฯ - เกาะสีชัง - ปราญบุรี - ชุมพร - หลังสวน - เกาะพะงัน - ปากน้ำเมืองสงขลา - กลับตัน - ตรังกานู - เที่ยวกลับจาก ตานี - นครศรีธรรมราช - หลังสวน - สามร้อยยอด - พระสมุทรเจดีย์ -ท่าราชวรดิฐ
  • ๒. เสด็จประพาสคราว ร.ศ. ๑๐๘ (พ.ศ. ๒๔๓๒) เสด็จโดยเรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศเป็นเรือพระที่นั่ง เรือเวสาตรีเป็นเรือพระที่นั่งรองโดยเสด็จจาก ท่าราชวรดิฐ - สมุทรปราการ - เกาะหลัก - เกาะง่าม - อ่าวหาดรี - เกาะกุลา -เกาะงัว - เกาะพะงัน - เกาะสมุย - แหลมตะลุมพุก - สงขลา - พัทลุง - เที่ยวกลับจาก สงขลา - ตานี - เมืองเทพา -ไชยา - หลังสวน - กาญจนดิฐ - ชุมพร - ท่ายาง - สามร้อยยอด - ปราณบุรี - ปากน้ำเจ้าพระยา - ป้อมผีเสื้อสมุทร - ท่าราชวรดิฐ
  • ๓. เสด็จประพาสคราว ร.ศ. ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓) เสด็จโดยเรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศเป็นเรือพระที่นั่ง โดยเสด็จจากสมุทรปราการ - ชุมพร - กระบุรี - มลิวัน - ระนอง - ภูเก็ต - พังงา - เกาะตะรูเตา(แขวงเมืองไทรบุรี) - ลังกาวี - เกาะปีนัง - มะละกา - สิงคโปร์ - ปาหัง - ตรังกานู - กลันตัน - สงขลา - หมู่เกาะช่องอ่างทอง - เกาะสมุย - เกาะพะงัน - ชุมพร - สามร้อยยอด - ปากน้ำ
  • ๔. เสด็จประพาสคราว ร.ศ. ๑๑๗ (พ.ศ. ๒๔๔๑) เสด็จโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรีเป็นเรือพระที่นั่ง โดยเสด็จจากท่าราชวรดิฐ - สมุทรปราการ - เกาะพะงัน - กาญจนดิฐ - สงขลา - กลันตัน - ตรังกานู เที่ยวกลับ สายบุรี - นครศรีธรรมราช - เกาะพะงัน - เกาะลังกาจิ๋ว - ชุมพร - หลังสวน - ชุมพร - บางสะพาน - เกาะหลัก ประจวบคีรีขันธ์ - เกาะสีชัง - พระสมุทรเจดีย์ - ท่าราชวรดิฐ
  • ๕. เสด็จประพาสคราว ร.ศ. ๑๑๘ (พ.ศ. ๒๔๔๒) เสด็จโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรีเป็นเรือพระที่นั่ง โดยเสด็จจากวัดราชาธิวาส - สมุทรปราการ - ป้อมผีเสื้อสมุทร - เกาะสีชัง - ศรีมหาราช - เกาะสีชัง - เกาะคราม เมืองกำเนิดนพคุณ - ปากน้ำเมืองชุมพร - เกาะพะงัน - เกาะเต่า - เกาะลังกาจิ๋ว - เที่ยวกลับจาก สามร้อยยอด - เกาะสีชัง - ปากน้ำ - ท่าราชวรดิฐ
  • ๖. เสด็จประพาสคราว ร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) เสด็จโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรีเป็นเรือพระที่นั่ง โดยเสด็จจากนครเขื่อนขันธ์ - เกาะสีชัง - ศรีมหาราชา - สามร้อยยอด - เกาะเต่า - เกาะพะงัน - นครศรีธรรมราช - กลันตัน - เที่ยวกลับจากสายบุรี - ตานี - จะนะ - สงขลา - เกาะยอ - เกาะพะงัน - เกาะสมุย - ศรีรมหาราชา - เกาะสีชัง
  • ๗. เสด็จประพาสคราว ร.ศ. ๑๒๐ (พ.ศ. ๒๔๔๔) ขึ้นรถไฟปากน้ำมาลงสมุทรปราการแล้วเสด็จโดย เรือพระที่นั่งสุริยมณฑลเป็นเรือพระที่นั่งแล้วต่อเรือพระที่นั่งมหาจักรีโดยเสด็จจากสมุทรปราการ - ไปสิงคโปร์ กลับมาประจันตคีรี
หน้า จาก ๑๑ หน้า