สารบัญ
ข้อกำหนดของการใช้เครื่องประดับสำหรับฝ่ายใน
และชนชั้นสูงในราชสำนัก
มหามงกุฎ แต่เดิมมีลักษณะเป็นมงกุฎทรงเตี้ยที่เรียกว่า “กระบังหน้ามงกุฎ” ประกอบด้วย มงกุฎรูปกรวย และกระบังหน้าแยกต่างกัน ซึ่งอาจมีวิวัฒนาการมาจาก “ชฎามกุฎ” ตามแบบอินเดีย และ มงกุฎรุ่นเก่าอาจจะตรงกับเครื่องศิราภรณ์ที่เรียกว่า เทริด ที่ปรากฏมาแต่สมัยอยุธยา มงกุฎที่คล้ายเทริด เรียกว่า “กระบังหน้ามงกุฎ” และมี “กิริมกุฎ” คือ มงกุฎรูปทรงกระบอก หรือ “หมวกแขก”
กระบังหน้ามงกุฎ หรือมงกุฎรูปกรวยครอบพระศก และกระบังหน้า หรือมาลารัดเกล้า กระบังหน้านั้นไม่ใช้ สวมลง แต่ใช้คาดผูกด้วยไหมทองที่ด้านท้าย ต่อมาเลิกผูกแต่ทำเป็นวงใช้สวม มีท้ายปรกลงไปถึงต้นคอและเชื่อมมงกุฎกับ มาลาเข้าด้วยกัน ทำให้เป็นมงกุฎที่ตรงกับความเข้าใจในปัจจุบัน
มหากุณฑล หรือกุณฑล คือ ตุ้มหู คู่กับกรรเจียก เรียกว่า กรรเจียกจร การใช้กรรเจียกจร ร่วมกับมงกุฎหรือชฎา เป็นการแสดงยศชั้นสูง ปัจจุบัน มักจะทำติดไว้กับชฎาหรือกระบังหน้า
พาหุรัด คือ เครื่องประดับส่วนต้นแขน
ถนิมมาไลย คือ ดอกไม้ร้อยเป็นพวงประดับที่ห้อยที่อุระ
สร้อยมหาสังวาลย์ คือ สร้อยเส้นยาวที่คล้องลงมาจากบ่าทั้งสองข้าง
สเอ้ง คือ สายรัดเอว มีเครื่องตกแต่งห้องทิ้งคล้ายอุบะรอบๆ
อุตรี อุตรา ดวงใด ๗ แถว คือ เครื่องประดับที่สวมข้อมือซ้ายขวา เป็นเกลียว น่าจะได้แก่ กำไลมี ๗ วงติดกัน
ธำมรงค์ คือ แหวน ที่หัวแหวนประดับพลอยสี และนิยมใส่จำนวนมากวง ในกฎมณเฑียรบาลกล่าวว่า สวมทุกนิ้วพระหัตถ์ สมัยรัตนโกสินทร์สวมแปดนิ้ว เว้นนิ้วหัวแม่มือทั้งสอง
กองเชิง คือ กำไลเท้า
รองพระบาท หรือฉลองพระบาท คือ รองเท้า ภาษาเดิมเรียกว่า เกือก ในกฎมณเฑียรบาลกล่าวว่า พระอรรคมเหสีใช้ “เกือกทอง” พระอรรคชายาใช้ “เกือกกำมะหยี่ สักหลาด”
มาลา กล่าวว่า กลายมาจาก “พวงดอกไม้สดหรือดอกไม้ทอง สำหรับสวมศีรษะคล้ายสวมมงคล" หรือเรียกว่า เกี้ยว ซึ่งก็คือ มาลา และกระบังหน้า มีทั้งง มาลาหางหงส์และมาลามวยกลม
เศียรเพศ หรือ ศรีเภท สันนิษฐานว่า คือกระบังหน้า มาจากภาษาเปอร์เซียว่า “สะระเพจ” หรือ “สีรเพจ” หมายถึง ของที่ทำเป็นช่อ สำหรับเสียบประดับศีรษะ
ชฎา มีลักษณะเป็น ๒ แบบ คือ พระชฎาพอกและพระชฎากลีบ

พระชฎาพอก มีลักษณะเป็นลอมพอกที่ประดับตกแต่งด้วยมาลาและเกี้ยว

พระชฎากลีบ เป็นชฎาประดับตกแต่งด้วยมาลา ไม่มีเกี้ยว ยอดพระชฎามีลักษณะคล้ายผ้าพันไว้ ปลายสะบัดไปข้างหลัง

ลอมพอก เป็นเครื่องสวมศีรษะของพวกขุนนาง หรือข้าราชการ จากลักษณะของลอมพอก สามารถ กำหนดตำแหน่งของขุนนางได้ ลอมพอกเป็นหมวกมียอดคล้ายชฎา ขอบหมวกมีผ้าสมรดสีเหลือง หรือปักดิ้นทองคาดเหนือสมรด ขึ้นไปมีเกี้ยวเป็นรูปวงกลมประดับด้วยดอกไม้ไหว อาจทำด้วยทองคำหรือดิ้นทองในสมัยอยุธยา ลอมพอกมียอดอวบ สันนิษฐานว่า ใช้สวมครอบผมมวย เมื่อเปลี่ยนเป็นผมทรงหลักแจวหรือทรงมหาดไทย ลอมพอกได้เปลี่ยนรูปแบบไป คือยอดเล็กเรียวลงและเพิ่ม สายรัดคางขึ้น
เกี้ยว เป็นเครื่องประดับศีรษะทำด้วยโลหะ มีทั้งรูปแบน หรือวงกลมผ่าซีก และรูปกลมคล้ายกำไร ใช้รัดมวยผม มีหลายแบบ เช่น เกี้ยวธรรมดา เกี้ยวแซม เกี้ยวดอกไม้ไหว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓ นิ้ว ถึง ๔ นิ้ว
สนองเกล้า สำหรับพระสนมใช้ ลักษณะเป็นเกี้ยวที่มีสาแหรกคลุมมวยผม
ทรงผม มีทั้งทรงผมหลักแจว ผมปีก และผมมวย
หนูนยิก เป็นคำเดียวกับคำว่า โซงขะโดง เป็นลักษณะทรงผมที่เกล้าพับสอง มีช่อง ว่างตรงกลาง แล้วใช้เกี้ยวกระหวัดขัดไว้ที่โคน
หน้า จาก ๒๙ หน้า