สารบัญ
ข้อกำหนดของการใช้ฉลองพระองค์สำหรับฝ่ายในและชนชั้นสูงในราชสำนัก
ฉลองพระองค์ พบว่ามีหลาย รูปทรง แต่ในที่รโหฐานมักไม่นิยมสวมฉลองพระองค์นิยมห่มสไบ
ฉลองพระองค์พระกรน้อย เป็นเสื้อแขนสั้น มีแขนต่อคล้ายสวมเสื้อชั้นในแล้วสวมทับด้วยเสื้อทรง ประพาส ฉลองพระองค์พระกรน้อยมี ๒ ลักษณะ
  • ๑. ฉลองพระองค์พระกรน้อยที่เป็นเสื้อคอปิดชิดพระศอ ผ่าอกตลอด ไม่สวมสังวาล หรือรัดพระองค์ ปล่อย ชายไว้นอกพระภูษา
  • ๒. ฉลองพระองค์พระกรน้อยที่เป็นเสื้อคอแหลมแขนสั้นมาก ผ่าอกตลอด ปลายแขน ตัดเฉียง ทำให้
  • ปลายแขนเสื้อเชิดขึ้นเล็กน้อยไม่สวมสังวาลหรือรัดพระองค์
  • ๓. ฉลองพระองค์ทรงประพาส กล่าวว่าเป็นฉลองพระองค์แขนยาวและตัวยาวถึงสะโพกผ่าอก

ฉลองพระองค์ของเจ้านายสตรี ตั้งแต่พระอรรคมเหสีลงมา เวลามีพระราชพิธีสำคัญจะทรงฉลองพระองค์คอแหลม ตัว เสื้อค่อนข้างยาวเกือบถึงสะโพก ผ่าอกตลอด

ผ้าทรงสะพัก เป็นผ้าแพร หรือไหม มี วิธีห่ม ๒ แบบ คือ
  • ๑. ในงานพิธีต่างๆ ห่มผ้าทรงสะพักหรือสไบแบบห่มเฉียงโดยใช้ผ้าแพรชนิดต่างๆ ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ ความยาวให้เพียงพอ สำหรับพันรอบอกก่อน ๑ รอบ แล้วจึงเฉวียงขึ้นบ่าปล่อยชายไว้ข้างหลัง เวลาห่มจะเห็นเนื้อที่รอยต่อระหว่างผ้าห่มกับผ้านุ่ง
  • ๒. ในงานพิธีต่างๆ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน ตั้งแต่ชั้นพระภรรยาเจ้าลงมาถึงชั้นพระสนม จะห่มทรงสะพักหรือสไบแบบสองบ่า ผ้าชนิดนี้ยาวกว่าผ้าแบบแรก เพราะต้องใช้พันรอบตัว ๑ รอบ แล้วทับเฉียงไขว้ กันที่อก แล้วจึงสะพักบนไหล่ทั้งสองปล่อยชายทิ้งไปข้างหลังทั้ง ๒ ชาย ยาวถึงประมาณขาพับชายสไบสำหรับพระภรรยาเจ้าใช้ผ้าที่ทอ ด้วยไหมทองทั้งผืนหรือใช้ผ้าตาดหรือผ้ากรองทอง

การห่มทรงสะพักสองบ่านี้ กล่าวว่าเป็น วิวัฒนาการของการห่มผ้าห่มนางของนางละครในปัจจุบัน

ผ้าห่ม มีวิธีห่มต่างๆ กัน เช่น ห่มผ้าคล้องไหล่ ห่มผ้าแบบคล้องคอ และห่มผ้าแบบห่มคลุม ซึ่งแบบหลังมักห่มในฤดูหนาว มีการต่อผ้าให้หน้ากว้างขึ้น เรียกว่าเพลาะ ถ้าใช้ผ้าแพร เรียกว่า แพรเพลาะ ใช้ห่มคลุมไหล่และแขนเพื่อกันลมหนาว หรือใช้ห่มนอน ก็ได้

หน้า จาก ๒๙ หน้า